บุหรี่มือสอง บุหรี่มือสาม ความเป็นธรรมทางอากาศและสุขภาพเด็ก

ศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ และศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัย และป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
บุหรี่มือสองหมายถึงการได้รับพิษจากควันบุหรี่จากผู้สูบที่อยู่ใกล้ชิด เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของเด็กที่เกิดจากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็ก งานวิจัยพบว่าเด็กทารกที่ได้รับควันบุหรี่มือสองมีความเสี่ยงต่อการตายเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ (sudden infant death syndrome) มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินหายใจ เป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบ ภูมิแพ้ หอบหืด ในระยะยาวมีผลต่อโรคปอดเรื้อรัง มีความเสี่ยงต่อมะเร็งปอดในอนาคต และมีผลต่อการทำงานของสมองในด้านระดับสติปัญญา
บุหรี่มือสามหมายถึงสารนิโคติน และสารพิษอื่นเกาะติดตามพื้นผิวฝ้า เพดาน เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า ผ้าห่ม หมอน ฝุ่น อื่น ๆ ในบ้าน ที่อยู่อาศัย และจะคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมนั้นอีกนาน สารเหล่านี้จะเป็นอันตรายเมื่อถูกดูดซึมเข้าทางผิวหนังจากการสัมผัส รวมทั้งจะปนเปื้อนกับอากาศในบ้าน หรือจะทำปฏิกิริยากับก๊าซต่าง ๆ ในอากาศในบ้านทำให้เกิดอากาศภายในบ้านที่อยู่อาศัยที่เป็นพิษ เป็นอันตรายต่อผู้หายใจ สูดดมเข้าไปโดยเฉพาะเด็กเพราะมีความไวต่อสารในจำนวนน้อย
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ศึกษาครอบครัวที่มีเด็กเล็กแรกเกิดถึง 6 ปีที่มีคนในครอบครัวสูบบุหรี่จำนวน 75 ครอบครัว ได้ทำการตรวจหาสารพิษจากบุหรี่ที่เรียกว่าสารโคตินินในปัสสาวะของเด็กซึ่งบ่งบอกการได้รับควันพิษมา 48 ชั่วโมงก่อนมารับการตรวจพบว่า ร้อยละ 76 หรือ 57 ราย ตรวจพบสารพิษ โดยร้อยละ 42.7 หรือ 32 ราย ตรวจพบในระดับที่มากกว่า 2 ng/ml ซึ่งบ่งบอกถึงปริมาณที่มาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของเด็ก ทั้งที่ได้รับมาในลักษณะเป็นบุหรี่มือสองและมือสาม

ในการศึกษานี้พบว่า เด็กที่อยู่อาศัยกับผู้สูบบุหรี่ในคอนโดมิเนียม แฟลต อพาร์ตเมนต์ และการอยู่อาศัยกับผู้สูบบุหรี่มากกว่า 20 มวนต่อวัน ไม่ว่าผู้สูบนั้นจะสูบในบ้านหรือนอกบ้านก็ตาม เป็นความเสี่ยงต่อการตรวจพบสารพิษในปัสสาวะของเด็ก (สารโคตินิน) พบว่าเด็กในคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ และแฟลตที่มีคนสูบบุหรี่ มีสารโคตินินสูงกว่า เด็กในบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮาส์ที่มีคนสูบบุหรี่ถึงสองเท่าตัว
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ประสานงานกับครอบครัว พูดคุยให้ความรู้ ให้เครื่องมือตกแต่งบ้านเพื่อสร้างความตระหนักต่อสุขภาพเด็กจากพิษควันบุหรี่ ให้คำแนะนำและบริการคลินิกอดบุหรี่ ผลสามารถลดการสูบบุหรี่ในครัวเรือนลง โดยพบว่า เด็กที่ตรวจพบสารโคตินินมากกว่า 2 ng/ml ลดลงจากร้อยละ 42.7 เหลือ ร้อยละ 30.7
โดยความเป็นธรรมทางสุขภาพแล้ว เด็กเล็กเหล่านี้ไม่ควรมีสารพิษจากบุหรี่ในร่างกาย และส่งผลต่อสติปัญญาและสุขภาพของพวกเขาหากผู้ใหญ่รอบตัวเขาไม่สูบบุหรี่ใกล้ตัวเขาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสูบบุหรี่ในพื้นที่แคบเช่นในรถ ในบ้านที่อยู่อาศัย แม้สถานที่เหล่านี้เป็นสถานที่ส่วนบุคคล การสร้างสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กให้เป็นพิษต่อเด็กเป็นความไม่เป็นธรรมต่อสุขภาพเด็กที่สังคมควรให้ความสนใจ ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยควรจะให้การคุ้มครองเด็กจากพิษควันบุหรี่ในพื้นที่ส่วนบุคคล ทั้งพื้นที่ในรถ ในบ้านที่อยู่รวมกันหลายยูนิต เช่น อพาร์ตเมนต์ แฟลต คอนโดมิเนียม ซึ่งต้องใช้อากาศร่วมกันระหว่างผู้อยู่อาศัยแต่ละครัวเรือน กระทรวงสาธารณสุขควรพิจารณาการประกาศให้ห้องพักภายในคอนโดมิเนียม แฟลต อพาร์ตเมนต์ และในรถยนต์เป็นเขตปลอดบุหรี่ หรือมิฉะนั้น สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคควรกำกับให้อาคารชุดต่าง ๆ มีป้ายประกาศแจ้งแก่ผู้บริโภค ให้ชัดเจนว่าจะเป็นที่อยู่สำหรับผู้สูบบุหรี่ได้ หรือเป็นที่อยู่ที่ไม่อนุญาตให้สูบบุหรี่ภายในห้อง เพื่อให้ผู้บริโภคที่เป็นครอบครัวที่มีเด็กเล็กได้ตัดสินใจในการซื้อหรือเช่าอยู่อย่างเป็นธรรมต่อไป.
/ขอบคุณ สสส