เศรษฐกิจ “หินน้ำมัน”

ปีนี้จะเป็นปีทองและ ปีทำสถิติใหม่ของอุตสาหกรรมน้ำมันสหรัฐอเมริกา ที่ผลิตน้ำมันดิบอยู่ที่วันละ 9.9 ล้านบาร์เรล ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 50 ปีสหรัฐอเมริกากำลังจะแซงหน้าซาอุดีอาระเบีย ขึ้นเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบมากเป็นอันดับ 2 ของโลกในปีนี้ จากการที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกกลับมาสูงขึ้นอีก ทำให้บรรดาบริษัทน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (shale oil) ต่างขุดเจาะขึ้นมาขายทำกำไรกันจ้าละหวั่น

องค์การพลังงานระหว่างประเทศ หรือ ไออีเอ เขียนในรายงานการตลาดรายเดือนล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ว่า ปีนี้จะเป็นปีทองและ ปีทำสถิติใหม่ของอุตสาหกรรมน้ำมันสหรัฐอเมริกา ขณะนี้ตัวเลขการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐอยู่ที่วันละ 9.9 ล้านบาร์เรล ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 50 ปี ทำให้ขยับใกล้รดต้นคอซาอุดีอาระเบีย ที่ครองตำแหน่งผู้ผลิตน้ำมันดิบมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากรัสเซีย ไออีเอบอกว่า การเติบโตอย่างไม่ลดละจะทำให้ได้เห็นการผลิตของสหรัฐสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ผ่านหลัก 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะแซงหน้าซาอุฯ ขึ้นไปเป็นคู่แข่งกับรัสเซีย ในปี พ.ศ. 2561 นี้ โดยมีข้อแม้ว่า ถ้ากลุ่มโอเปกและกลุ่มนอกโอเปกยังคงต่อเวลา ไม่เพิ่มโควตา การผลิตออกไปอีก จากภาวะน้ำมันดิบเกลื่อนตลาดโลก ส่งผลให้ราคาลดต่ำลงถึง 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในช่วงต้นปี 2559 แต่บรรดาประเทศ ผู้ผลิตน้ำมันดิบ ทั้งในและนอกโอเปก บรรลุข้อตกลงกันได้ช่วงปลายปี 2559 ลดปริมาณการผลิตของแต่ละประเทศลง เพื่อดันราคาให้กลับสูงขึ้น ไม่งั้นก็กอดคอกันตายหมู่ ในเรื่องนี้ตามจริงต่างก็รู้กันอยู่แก่ใจ แต่ละประเทศผลิตเกินปริมาณตามโควตาที่ตกลงกันทั้งนั้น มีทั้งขายโดยเปิดเผยในตลาดโลก และขายกันแบบลับ ๆ ตอนนี้ราคาน้ำมันดิบกระเตื้องกลับขึ้นใหม่ โดยความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์ การเมือง และน้ำมันในสต๊อกลดน้อยลง ต่างมีส่วน เป็นปัจจัยหนุนราคาให้สูงขึ้น. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews